ในประเทศไทย การรับรู้เปลี่ยนแปลงได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ดังสองเรื่อง เรื่องแรก “No More Bets” เป็นนิยายที่ไม่ได้ฉากในไทย แต่เล่าเรื่องคู่หนุ่มสาวที่ถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอรับงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วกลับถูกจับขังให้ทำงานฉ้อโกงออนไลน์ สถานการณ์แบบนี้มีผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนหลายแสนคนและกำลังเป็นปัญหาในปัจจุบันตามที่องค์การสหประชาชาติระบุ
ปิอา โอแบรอย จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อธิบายว่า ปัญหานี้แพร่หลายมากขึ้นในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่การระบาดของโควิด การปิดพรมแดนทำให้คอมปาวด์หลายแห่งถูกดัดแปลงโดยกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ สถานที่เหล่านี้ถูกใช้บังคับผู้คนให้ลงมือฉ้อโกง จนเกิดชะตากรรมของเหยื่อสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือผู้ถูกโกงเงินจำนวนมาก ส่วนอีกฝ่ายคือผู้ที่ถูกบังคับให้เป็นผู้กระทำความผิดเหล่านั้นกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โอแบรอยชี้ชัดว่า ยังไม่มีหลักฐานว่ามีนักท่องเที่ยวถูกลักพาตัวหรือจับเป็นตัวประกันในประเทศไทย แตกต่างจากข่าวลือที่แพร่ในโซเชียลมีเดียของจีน อย่างไรก็ตาม คอมปาวด์ที่ใช้เป็นฐานทำการฉ้อโกงนั้นมีอยู่ไม่เฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ยังพบได้ตามแนวชายแดนรอบเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีการดูแลจากตำรวจน้อย เขตเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ไร้กฎหมายที่กิจกรรมค้ายา ค้าสัตว์ป่า และค้ามนุษย์เฟื่องฟูเพิ่มขึ้น